Home 2018-08-15T01:00:16+00:00

สอนทำ SEO ฟรี อย่างปลอดภัยเข้ากับกฏเกณฑ์ ของ Search Engine

คุณก็สามารถทำ SEO ฟรี ได้ด้วยตัวเอง หลายคนคงจะเคยอ่านข้อมูลเกี่ยวกับการทำ SEO จากเว็บต่างๆ มากันบ้างแล้ว เชื่อว่าบางท่านอาจจะรู้เกี่ยวกับองค์ประกอบในการปรับปรุงเว็บไซต์ เพื่อสนับสนุนการทำ SEO กันมาบ้าง แต่ท่านใดที่ยังไม่มีความรู้พื้นฐานเลย ติดตามผ่านเว็บไซต์นี้ก็ได้ครับ จะนำเอาความรู้ต่างๆ มานำเสนอให้รู้จักกัน แต่คงจะทยอยๆ อัพเดทขึ้นเว็บครับ ถ้ามีเวลาว่างเยอะ จะพยายามเขียนใส่ให้มากๆ รวมถึงบทความต่างๆ เกี่ยวกับแวดวง Digital Marketing ของพวกผู้เชี่ยวชาญดังๆ มานำเสนอให้อ่านกัน

หลายคนคงสงสัยทำ SEO ฟรี ด้นอันดับ เพิ่ม Rank ต้องทำยังไง? คนที่มีเว็บไซต์ของตัวเอง มีหน้าเพจ Facebook ขายของ คงน่าจะเคยลองทำ SEO กันมาบ้างแล้ว อาจจะได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง ก็แล้วแต่ว่าเราจะปรับแต่งเว็บไซต์ หรือหน้าเพจของเราได้มากน้อยขนาดไหน บางคนอาจจะไม่ค่อยไม่มีความรู้เรื่องการทำเว็บไซต์ก็อาจจะปรับแต่งเว็บได้ไม่มากเท่าไหร่ บางคนอาจจะทำเว็บได้แต่ขาดความรู้ด้านการทำ SEO เลยทำให้การปรับแต่งเว็บไซต์อาจจะไม่ถูกต้องตามแนวทาง Best practice ที่ดีและถูกต้องในการทำ SEO

การทำ SEO ฟรี ด้วยตัวเองให้ติดหน้าแรก เราสามารถทำได้ โดยเริ่มจากการศึกษาติดตามความรู้เกี่ยวกับ SEO หลังจากมีความรู้ขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับ SEO  ให้ลองวิเคราะห์เว็บไซต์ของตัวเองดูว่ามีหัวข้อใดบ้างที่ควรปรับปรุงเพื่อให้เข้ากับหลักเกณฑ์ Best Practice ของ Google ซึ่งการปรับปรุ่งต่างๆ ภายในเว็บไซต์ก็ต้องทำอย่างปลอดภัย (White Hat SEO) ไม่ใช้แนวทางกลโกงต่างๆ ในการทำ SEO เพราะในระยะยาวไม่คุ้มค่าอาจจะถูกลงโทษได้  (Google Penalty) ทำให้การทำอันดับของเราทำได้ยาก อันดับไม่ค่อยขึ้น

แนวทางการทำ SEO White hat

ขั้นตอนการทำ SEO

รายละเอียดขั้นตอนทำ SEO

การวิเคราะห์เว็บไซต์ (Website Analysis)

การวิเคราะห์เว็บไซค์เราจะทำการวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ ที่ Google ใช้ในการพิจารณาจัดอันดับ ตั้งแต่

  • โครงสร้างเว็บไซต์ (Website structure) ปรับแต่งโครงเว็บไซต์ให้ง่ายสำหรับ Google bot ในการเข้ามาอ่านเก็บข้อมูล
  • การจัดหมวดหมู่ภายในเว็บไซต์ ปรับแต่งการจัดหมวดหมู่ภายในเว็บไซต์ให้เป็นระบบ สนับสนุนกลุ่มคำสำคัญที่ต้องการทำ SEO
  • องค์ประกอบในการทำ On-page ต่างๆ เช่น การใช้ตัวหนา ตัวเอียง ขีดเส้นใต้ การใส่ Alt tag คำอธิบายรูปภาพ
  • ตรวจสอบการรองรับการใช้งานบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ของเว็บไซต์ เว็บไซต์สมัยใหม่ควรรองรับการทำงานทุกอุปกรณ์
  • ตรวจเช็ค Page load time ของเว็บไซต์  ตรวจเช็คเวลาที่ใช้ในการโหลดหน้าเว็บไซต์
  • ตรวจเช็คลิงค์เสีย (Dead link) ตรวจเช็คหาลิงค์เสียภายในเว็บไซต์ เพื่อทำการแก้ไข
  • ตรวจสอบ Duplicate content ตรวจเช็คหาเนื้อหาซ้ำภายในเว็บไซต์ ซึ่ง Duplicate content เป็นปัจจัยสำคัญตัวหนึ่งที่ Google ใช้ในการพิจารณาจัดอันดับ
  • ตรวจเช็ค Domain Profile ตรวจเช็คคุณภาพของโดเมนเว็บไซต์

การหากลุ่มคำสำคัญให้เหมาะสม (Keyword Research)

การทำ Keyword Research เป็นการหากลุ่มคำสำคัญที่เหมาะสมกับเว็บไซต์และธุรกิจของคุณ เพื่อหาคำที่เหมาะสมที่สุดที่ผู้ค้นหาใช้ัในการค้นเว็บไซต์ และเพื่อให้ได้กลุ่มผู้ค้นหาที่เป็นเป้าหมายของคุณ ในการทำ Keyword Research มีปัจจัยหลายๆ อย่างที่ใช้ในการพิจารณาเลือกกลุ่มคำมาทำ SEO เช่น

  • ความยากง่ายของ Keyword ในการทำอันดับ เช่น เมื่อเราลองใช้ Keyword ที่เราต้องการ ลองเสริร์ซดู ถ้าจำนวนเว็บไซต์ในผลลัพธ์การเสริร์ซ มีเป็นจำนวนมาก Keyword นั้นๆ อาจจะยากในการดันอันดับ ให้ไปอยู่ในลำดับต้นๆ
  • ถ้า Keyword สำคัญหลักๆ มีการแข่งขันกันสูง อาจจะเลือกพิจารณา Long Tail Keyword แทน เช่น คำว่า “รับทำ SEO”  อาจจะเป็นคำที่แข่งขันกันสูง เราจึงเลี่ยงไปใช้คำที่มีการแข่งขันไม่สูงมากนักแทน เช่น เลือกใช้คำว่า “รับทำ SEO แบบปลอดภัย” แทน
  • ข้อดีของการทำ Keyword Research นอกจากได้ Keyword กลุ่มคำสำคัญที่เหมาะสมแล้ว ยังเป็นการสำรวจวิเคราะห์คู่แข่งไปในตัวด้วย ว่าคู่แข่งที่อยู่ในกลุ่มคำสำคัญที่เราเลือกมีใครบ้างเว็บไซต์ของเขาเป็นอย่างไร ส่วนใดในเว็บไซต์ที่เขามีแต่เราไม่มี จะได้นำมาปรับปรุง

การปรับปรุงเว็บไซต์ให้เข้ากับกฏเกณฑ์ของ Search Engine (Search Engine Optimzation)

ในการปรับปรุงเว็บไซต์เพื่อให้เข้าหลักเกณฑ์ของ Search Engine มีอยู่หลายๆ ส่วนตั้งแต่การปรับโครงสร้างของเว็บไซต์ การจัดหมวดหมู่ภายในเว็บให้เป็นระเบียบง่ายสำหรับผู้เข้าเว็บในการหาข้อมูล องค์ประกอบเบื้องต้นในการปรับปรุงเว็บไซต์ เช่น

  • การปรับปรุง Title และ Meta Description เป็นการปรับข้อความหัวข้อ และรายละเอียดของเว็บไซต์ที่จะไปปรากฏอยู่ในหน้าผลลัพธ์การค้นหา (SERP)
  • การปรับปรุง Content การปรับปรุงเนื้อหาในส่วนต่างๆ ภายในเว็บไซต์ให้มีความเหมาะสมสนับสนุนการทำ SEO แก้ไขส่วนที่เป็นเนื้อหาซ้ำภายในเว็บ ปรับรูปแบบการนำเสนอข้อมูลภายในเว็บ เช่น สร้าง Heading หลัก Sub Heading หลัก (ปรุงปรุง H1, H2, H3) การทำตัวอักษรหนา  ตัวอักษรเอียง ตัวอักษรขีดเส้นใต้  การใส่ Alt Tag หรือคำอธิบายให้กับรูปภาพ เป็นต้น
  • การแก้ไขลิงค์เสีย หรือ Dead Link เป็นการค้นหาว่าภายในเว็บไซต์มีตรงไหนบ้างที่เป็นลิงค์เสียอยู่ เพื่อทำการแก้ไขให้เหมาะสม
  • การจัดทำ XML SITE MAP หรือแผนผังเว็บไซต์ เพื่อ Submit ส่งให้ Google ใน Search Console เพื่อให้ Google เข้าใจเว็บเราได้ง่ายขึ้น จัดทำระบบดัชนีเข้าระบบของ Google ได้ง่ายขึ้น

การสร้าง Backlink (Link Building)

การสร้าง Backlink คือ การทำลิงค์จากเว็บภายนอกเข้ามาที่เว็บไซต์ของเรา ซึ่งคนทำ SEO ส่วนใหญ่มักจะนิยมการ Submit Directory การโพสต์ตามเว็บบอร์ด การสร้าง Backlink ด้วยวิธีการเหล่านี้ ปัจจุบันไม่ค่อยจะได้ผลสักเท่าไหร่ เนื่องจาก Google bot มีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอด การสร้าง Backlink ควรเป็นการสร้างลิงค์ที่มีคุณภาพ มีการเชื่อมโยงจากเว็บไซต์ที่มีคุณภาพกลับมาที่เว็บไซต์ของเรา การ Submit Directory การโพสต์ตามเว็บบอร์ด นอกจากจะไม่ค่อยได้ผลแล้ว บางทีอาจจะเพิ่ม Spam Score ให้กับเว็บตัวเองอีกด้วย

ขั้นตอนในการทำ Backlink (Link Building)

ทำไมเราจึงควรทำ SEO

ปัจจุบันการทำธุรกิจมีการแข่งขันกันสูงมาก Digital Marketing ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในการทำธุรกิจ บริษัท ร้านค้า หน่วยงาน องค์กร ต่างๆ มุ่งหน้าเข้าสู่โลกออนไลน์ บริษัท ร้านค้า ต่างอยากให้เว็บไซต์ของตัวเอง อยู่ในอันดับที่ดีที่สุด ในผลการค้นหาผ่าน Search engine ด้วย Keyword ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ สินค้า หรือบริการของตัวเอง การทำ SEO (Search Engine Optimization) จึงเข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมาก ในการหาแนวทางปรับปรุงเว็บไซต์ (Website Optimization) เพื่อทำให้เว็บไซต์ของตัวเองถูกจัดอันดับอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด

การทำ SEO จึงเป็นศาสรต์และศิลป์ อย่างหนึ่งในการหาทางปรับปรุงเว็บไซต์ ทำให้เว็บไซต์ถูกจัดอันอยู่ในตำแหน่งดีที่สุดอยู่เหนือคู่แข่งทางธุรกิจ การปรับปรุงหรือ Optimization ต้องอยู่ในแนวทาง อยู่ในกฏเกณฑ์ที่ทาง Google วางเอาไว้ (Algorithm)  แนวทางการปรับปรุงต่าง ควรยึดแนวทางแบบสายขาว (White Hat)  เพราะถ้าเราใช้แนวทางแบบหลบเลี่ยง อาจจะเสี่ยงจากการโดน Google แบน

การทำ SEO ในระยะยาว ถ้าเว็บไซต์ของเราติดอันดับใน Keyword สำคัญต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ สินค้าหรือบริการของเราแล้ว  ความจำเป็นในการซื้อโฆษณา Adwords ก็จะลดน้อยลงไป เพราะเว็บไซต์ของเราติดอันดับอยู่ในหน้าแรกอยู่แล้ว การซื้อโฆษณา Adwords จึงไม่มีความจำเป็น ทำให้เราสามารถประหยัดงบประมาณค่าซื้อโฆษณาลงได้
[/fusion_text][/fusion_builder_column][/fusion_builder_row][/fusion_builder_container]